การก่อสร้างบ้านทรงไทย

พฤษภาคม 15, 2009 at 10:33 am ใส่ความเห็น

ใครอยากปลูกเรือนไทยฟังทางนี้
การก่อสร้างบ้านทรงไทย / เกริ่นนำ

ใครอยากปลูกเรือนไทยฟังทางนี้

ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมากระแสการปลูก “เรือนไทย” เป็นที่นิยมในหมู่ของคนไทย และชาวต่างชาติที่เข้ามาอาศัยในเมืองไทยมากขึ้น ไม่ว่าจะวิธีรื้อเรือนไทยเดิมมาปลูกใหม่ หรือวิธีปรุงเรือนไทยเดิมขึ้นมาใหม่หมดทั้งหลังตามแบบโบราณ รวมถึงการออกแบบเรือนไทยประยุกต์ที่ใช้โครงสร้างและวัสดุสมัยใหม่มาดีไซน์ใน แนวความคิดของเรือนไทย แม้ปัจจุบันสถาปนิกทั่วไปจะสามารถออกแบบเรือนไทยได้ เนื่องจากหลายสถาบันได้บรรจุหลักสูตรวิชาสถาปัตยกรรมไทยในวิชาเรียนด้วย บางแห่งก็ผลิตสถาปนิกสาขาสถาปัตยกรรมไทยโดยตรง เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร แต่การจะหาช่างหรือสถาปนิกปรุงเรือนไทยแบบเดิมที่มีฝีมือจริงๆค่อนข้างยาก (เดิมช่างปรุงเรือนไทยมักเป็นสถาปนิกไปในตัว)เนื่องจากเป็นงานที่ต้องใช้ ฝีมือของช่างปรุงเรือนไทยโดยเฉพาะ และเป็นศิลปะที่ต้องอาศัยความชำนาญเป็นพิเศษ คนส่วนใหญ่จึงมักไม่รู้ว่าจะเริ่มอย่างไรเมื่ออยากได้เรือนไทยเดิมสักหลัง

ในคอลัมน์นี้ผมจึงอยากจะขอเล่าเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับขั้นตอนและวิธี ว่าจ้างช่างปรุงเรือนไทย รวมไปถึงองค์ประกอบของตัวเรือนไทยว่ามีกี่แบบบ้าง เพื่อเป็นทางเลือกในการตัดสินใจให้ผู้ที่กำลังมองหาและอยากปลูกเรือนไทยได้ เข้าใจเรือนไทยสถาปัตยกรรมประจำชาติของเรามากขึ้น

แกะรอย
1. อย่างแรกเราต้องตอบโจทย์ความต้องการของเราก่อนว่าอยากได้พื้นที่ใช้สอยอะไร บ้าง เพราะนั่นจะทำให้เราทราบว่าบ้านหลังนี้จะต้องปรุงเรือนทั้งหมดกี่หลัง แต่ละหลังมีขนาดเท่าไหร่ หากเราต้องการพื้นที่ห้องกว้างมาก บ้านเราอาจจำเป็นต้องใช้เรือนแฝดมาปรุงด้วย พื้นที่ที่ต้องเพิ่มเติมนอกเหนือจากเรือนไทยเดิมนั้นมีมากน้อยแค่ไหน เช่น ห้องน้ำ ส่วนอาบน้ำ ครัวสมัยใหม่ หรือพื้นที่ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ เมื่อเราตอบประเด็นเหล่านี้ได้ก็จะทราบงบประมาณคร่าวๆในการปลูกเรือนไทย ซึ่งโจทย์เหล่านี้จะต้องนำมาพิจารณาร่วมกับขนาดที่ดินที่เรามีด้วย ว่าสามารถปลูกเรือนอย่างที่เราต้องการได้หรือไม่ ในส่วนนี้อาจขอคำปรึกษาจากสถาปนิก เพื่อวางแผนการออกแบบคร่าวๆ ก่อนนำมาจัดผังบริเวณและวางตำแหน่งเรือนแต่ละหลังบนที่ดิน

กำลังดี
ที่ดิน 100 ตารางวา เป็นขนาดที่สามารถปลูกเรือนไทย 1 หลังได้ขนาดสวยงามกำลังดี แต่ถ้าขนาดที่ดินใหญ่กว่านั้นก็จะยิ่งสามารถปรับปรุงภูมิทัศน์และจัดสวน เพิ่มความร่มรื่นให้เรือนไทยของเรามีบรรยากาศน่าอยู่ได้มากขึ้น แต่ขนาดที่ดินไม่ควรจะน้อยกว่า 50 ตารางวา เพราะจะทำให้เวลาอยู่อาศัยแล้วรู้สึกอุดอู้ เนื่องจากพื้นที่ชานและใต้ถุนภายนอกเป็นส่วนใช้งานหลักของเรือนไทย

2. ขั้นต่อมาคือการติดต่อหาช่างปรุงเรือนไทย ซึ่งสามารถหาช่างฝีมือได้แถวจังหวัดอยุธยา สุพรรณบุรี อ่างทอง สมุทรสงคราม ซึ่งมีอยู่หลายเจ้า ถูกชะตาเจ้าไหนก็ลองแวะเข้าไปชม แล้วอย่าลืมขอดูผลงานเก่าๆจากช่างว่าถูกใจเราหรือไม่ ก่อนจะตัดสินใจว่าจ้าง เพราะแต่ละแห่งจะมีสูตรในการปรุงเรือนแตกต่างกันไป

– การปรุงเรือนไทยใหม่
คือ การปรุงเรือนไทยเดิมใหม่ทั้งหลัง อาจจะใช้ไม้เก่าหรือไม้ใหม่ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัว ซึ่งราคาไม่แตกต่างกันมาก บางคนคิดว่าไม้เก่าดีเพราะเป็นไม้แห้ง เนื่องจากผ่านการใช้งานมาแล้ว เมื่อนำมาปลูกการยืดหดตัวจะไม่มากเหมือนนำไม้ใหม่มาสร้าง อีกทั้งยังมีสีสันที่ดูคลาสสิก แต่ช่างบางคนกลับบอกว่าไม้ใหม่ดีกว่าเพราะหากผ่านการอบอย่างดีก็จะไม่มี ปัญหาเรื่องการยืดหด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแต่ละคนครับ

หากเราจ้างให้ช่างปรุงเรือนไทยพร้อมกับให้ช่างรับผิดชอบหาไม้มาด้วยเลย ซึ่งราคาค่าปรุงเรือน 3 ห้อง (1 หลัง) จะอยู่ประมาณระหว่าง 1,200,000 -1,600,000 บาท ขึ้นอยู่กับชนิดของไม้และวัสดุมุงหลังคาด้วย ดังนั้นถ้าเราต้องการปลูกเรือนไทยสัก 3 หลังราคาค่าก่อสร้างโดยเฉลี่ยก็จะประมาณ 3,600,00 -4,700,000 บาท ส่วนศาลา ซุ้ม หรือหอนก ขนาด 3 เมตร ราคาค่าก่อสร้างโดยประมาณ 40,000-50,000 บาท หรือคิดเป็นพื้นที่ต่อตารางเมตรจะอยู่ราคาประมาณ 30,000 บาทต่อตารางเมตร

ในกรณีที่เราสามารถหาไม้ได้เอง จะให้ช่างมาช่วยปรุงอย่างเดียว ราคาค่าแรงในการปรุงเรือนไทย 1 หลัง ( 3 ห้อง) จะอยู่ประมาณ 200,000-400,000 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดเรือน

มาตราวัดที่ควรรู้
สำหรับคนไม่คุ้นเคยกับมาตราวัดความยาวแบบสมัยโบราณ เมื่ออยากจะปลูกเรือนไทยควรจะรู้หน่วยวัดเหล่านี้ไว้สักนิดนะครับ เพราะช่างปรุงเรือนไทยส่วนใหญ่เวลาคุยแบบแล้วมักจะใช้หน่วยวัดที่เราไม่ค่อย คุ้นหู เช่น เรือนขนาดกว้าง 7 ศอก คือ เรือนที่มีด้านสกัด (ด้านแคบเรือนไทย) กว้าง 3.50 เมตร (1 ศอก เท่ากับ 50 เซนติเมตร) เป็นต้น

4 กระเบียด เป็น 1 นิ้ว
12 นิ้ว เป็น 1 คืบ
2 คืบ เป็น 1 ศอก
4 ศอก เป็น 1 วา
1 วา เป็น 2 เมตร

– การซื้อเรือนไทยเก่ามาปรุงใหม่
ส่วนใครที่เกิดติดใจกับเสน่ห์ไม้เก่า อยากซื้อเรือนไทยเดิมของชาวบ้านเพื่อถอดย้ายมาปรุงใหม่ ก็ลองติดต่อช่างให้ช่วยถามเจ้าของเรือนในละแวกนั้น ว่ามีใครประสงค์อยากจะขายเรือนไทยหรือเปล่า เมื่อมีคนสนใจขายเราก็เข้าไปเช็คสภาพและขนาดเรือนว่าตรงกับที่เราต้องการ หรือไม่ มีส่วนไหนที่ต้องซ่อมแซมบ้าง เราควรคำนวณค่าใช้จ่ายส่วนนี้รวมกับงบประมาณด้วย เพราะบางครั้งราคาเรือนเก่ารวมกับค่าซ่อมแซมเรือนอาจสูงกว่าการปรุงเรือน ใหม่ก็ได้ เพราะเรือนเก่าต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนด้วย ซึ่งการปลูกเรือนไทยด้วยไม้ใหม่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ อีกทั้งชิ้นส่วนบางชิ้นอาจชำรุดมากจนไม่สามารถนำมาใช้ใหม่ได้ เมื่อพอใจก็ตกลงราคากับเจ้าของบ้าน บางครั้งอาจหาซื้อได้ในราคาไม่แพงนัก ตรงนี้ขึ้นกับวิธีเจรจาและวาสนาของแต่ละคนครับ

*ราคาเรือนไทยเก่าหนึ่งหลังตกประมาณ 700,000-900,000 บาท แปรผันตามสภาพของเรือนไทยด้วย
*ค่ารื้อถอนประมาณ 200,000-300,000 บาท ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของงาน
*ส่วนค่าขนย้ายนั้นขึ้นอยู่กับระยะทาง
*ค่าปรุงเรือนไทยหลังหนึ่งรวมค่ารื้อถอนด้วยราคาประมาณ 600,000 – 700,000 บาท ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของงาน

อะไหล่
ราคาค่าก่อสร้างส่วนต่างๆของเรือนไทยแบบแยกชิ้นโดยประมาณ
ปั้นลมไม้สัก ราคาประมาณ 1,500-2,000 บาทต่อ 1 ชิ้น
หน้าจั่วไม้สัก ราคาประมาณ 30,000-40,000 บาทต่อ 1 จั่ว
เสาไม้เต็ง เสาไม้แดง สูง 8เมตร ราคาประมาณ 3,500 -4,000 บาท
แผ่นฝาไม้สักที่ประกอบพร้อมปรุง ราคาประมาณ15,000-20,000 ต่อฝา 1 แผ่น
หมายเหตุ ราคานี้สอบถามจาก คุณสม เขียวประจบ ช่างปรุงเรือนไทยชาวพระนครศรีอยุธยา แต่ละเจ้าอาจมีราคาแตกต่างกันไป

“ส่วนใหญ่การรื้อเรือนไทยเก่ามาปรุงใหม่มักจะมีปัญหาเรื่องการรั่วซึมน้ำที่ ฝาเรือน เพราะเมืองไทยมีทั้งฤดูร้อนและฝนชุก ทำให้ฝาผุง่าย อีกทั้งโครงสร้างต่างๆก็เก่าอาจนำมาใช้ใหม่ลำบาก แต่หลายคนมักคิดว่าซื้อเรือนเก่ามาปลูกใหม่เป็นเรื่องดี แต่ผมคิดว่าการปรุงเรือนไทยด้วยไม้ใหม่จะเหมาะกว่า อีกทั้งการทำฝาด้วยไม้ใหม่ยังสามารถอุดกาว เพื่อป้องกันแอร์รั่วได้ง่ายกว่าดัวย”ส.บุญมีฤทธิ์ ช่างปรุงเรือนไทย

3. หลังจากเราหาช่างปรุงเรือนไทยหรือซื้อเรือนไทยเก่ามาครบตามจำนวนที่ต้องการ แล้ว ส่วนใหญ่จะต้องมีการปรับเปลี่ยนหรือเพิ่มเติมโครงสร้างของเรือนไทยบางส่วน เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อการดำเนินชีวิตในยุคปัจจุบันได้ อย่างที่ได้กล่าวมาแล้วก่อนหน้านี้ เช่น ดัดแปลงชานไม้เป็นชานคอนกรีตปูกระเบื้องดินเผาเพื่อให้ทำความสะอาดง่ายขึ้น ดัดแปลงใต้ถุนเป็นพื้นที่ใช้สอยอื่นๆ เช่น ห้องเก็บของ ห้องนั่งเล่น ห้องแม่บ้าน เพิ่มหน้าต่างกระจกเพื่อให้สามารถติดเครื่องปรับอากาศได้ เพิ่มบันไดใต้ชายคาที่สามารถขึ้นจากใต้ถุนขณะฝนตกแล้วไม่เปียก และงานระบบต่างๆ เช่น ระบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศ ระบบประปา

สิ่งเหล่านี้เราต้องวางแผนไว้ก่อนล่วงหน้าว่าจะทำอย่างไรให้วัสดุที่เรา เลือกเข้ากับบรรยากาศกับเรือนไทยด้วย เพื่อให้ส่วนต่อเติมใหม่ไม่ดูขัดเขินเมื่อมาอยู่กับเรือนไทยเดิมที่สร้างจาก ไม้ทั้งหลัง

ถอดทีละชิ้น
เนื่องจากเรือนไทยเป็นเรือนถอดประกอบได้ (PREFABRICATION) และยังมีขนาดและสัดส่วนขององค์ประกอบต่างๆที่ค่อนข้างเป็นมาตรฐาน ดังนั้นสมัยก่อนครู หรือ ช่างวัฒกี (ช่างไม้) จะปรุงชิ้นส่วนต่างๆแต่ละส่วนตามหลักและแบบแผนเดียวกันหมด เหมือนการผลิตวัสดุสำเร็จรูปจากโรงงาน ทำให้บ้านไหนที่ต้องการปลูกบ้านเร่งด่วน ก็สามารถหยิบยืมวัสดุจากบ้านอีกหลังหนึ่งที่ไม่เร่งสร้างไปใช้ก่อนได้

ดังนั้นเพื่อให้เข้าใจและมองเห็นภาพองค์ประกอบต่างๆของเรือนไทยได้ชัดเจนมาก ขึ้น ผมจึงขอแยกส่วนเครื่องปรุงเหล่านี้ว่ามีกี่แบบบ้าง แต่ละแบบหน้าตาอย่างไร เพื่อให้ผู้ที่คิดจะปลูกเรือนไทยได้เอาไว้ใช้พิจารณาดู ว่าเราอยากให้เรือนไทยของเรามีหน้าตาแบบไหนครับ

สัดส่วนเรือนไทยเดิมด้านสกัด
เรือนไทยนั้นมีสัดส่วนที่ตายตัว การวัดขนาดเรือนจะวัดทางด้านสกัดหรือด้านแคบ ตัวอย่างเช่น หากเรือนไทยที่มีด้านสกัดขนาด5 ศอก ความสูงจากพื้นดินถึงพื้นเรือนควรจะสูงประมาณ 4 ศอก และจากพื้นเรือนถึงขื่อควรสูงประมาณ 5 ศอก เพื่อให้ได้สัดส่วนที่สวยงาม

สัดส่วนที่สวยงาม
ความกว้างด้านสกัดหรือด้านแคบของเรือนไทยเดิมนั้น ปกติจะกว้างประมาณ 3 -4 เมตร ที่พบเห็นส่วนใหญ่จะกว้างประมาณ 3.50 เมตร แต่ที่เหมาะกับบ้านในสมัยนี้ คือ 4 เมตร เพราะสามารถจัดเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องได้ง่ายนั่นเองครับ

ข้อมูลอ้างอิง : www.bansongthai.com

ขั้นตอนการก่อสร้างเรือนไทย ในสมัยก่อน
การ ก่อสร้างเรือนไทย ในสมัยก่อน มีการก่อสร้างเป็นขั้นเป็นตอน ซึ่งนิยมก่อสร้างโดยยึดแบบแผน หรือถ่ายทอดกันต่อเนื่องมาในปัจจุบัน ถึงแม้ปัจจุบันจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือดัดแปลงไปตามกาลสมัย รวมทั้งนำเทคโนโลยีสมัยเข้ามาช่วย ซึ่งเราพอจะทราบกันอยู่แล้ว ส่วนการก่อสร้างในสมัยก่อนมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง แบ่งเป็นข้อได้ดังนี้……..
1. วางผังโดยใช้พรึงที่ประกอบแล้วเป็นวงรอบรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าเป็นเครื่องกำหนดมุมฉากกว้างยาวของบ้านมาวางเป็นผัง
2. ปัก ”ฉะ นบ” โดยรอบตามจุด 4 มุมและตรงที่วางเสาแล้ววางหลุมโดยฉะมบ หรือเข็มหมุดเป็นจุดศูนย์กลางหลุมวัดผ่าศูนย์กลาง 30 ซม. (ในกรณีที่ใช้แระ แต่ถ้าใช้วัวกับกงพัดจะต้องกว้างกว่านี้)
3. ยกพรึงออก
4. ขุดหลุมกว้างประมาณ 30 ซม. หากขุดกว้างมากเกินไป เสาจะเอนมากทำให้ล้มได้ หลุมลึกประมาณ 75 ซม. ก้นหลุมวาดแระให้ได้ระดับ (เรือนไทยสมัยโบราณน้ำหนักบรรทุกไม่มาก แต่เรือนไทยโบราณมักจะทรุดเพราะทำฐานไม่พอรับน้ำหนัก)
5. ยกเสาลงหลุมตามลำดับเอก โท ฯลฯ
6. ใส่รอดเข้าที่ทุกเสา
7. ช่างไม้จะปืนขึ้นไปทุกเสาประจำเสา เสาละคนสอดไม้คาโคนหลุมที่ดิน เพื่อกันเสาเอนไปมาและไม่ให้เสาล้ม ยังไม่กลบหลุมเสา
8. ส่งเต้าขึ้นไปให้นำเต้าเข้าสอดตามรูเต้าทั้งเต้ารุมเต้าราย เมื่อสอดเต้าเข้าที่แล้วช่างไม้จะนั่งบนเต้า คนข้างล่างจะส่งขื่อขึ้นไป
9. วางขื่อสวมลงบนหัวเทียน แต่งโคนหลุมหรือผลักเสาให้ขื่อสวมหัวเทียนให้ได้
10. ที่ใดมีฝาประจันห้องยกเสาดั้งสอดใส่รูขื่อทะลุขึ้นไปให้ง่ามเสาดั้งนั่งบนหลังรอด
11. ส่งแปหัวเสาขึ้นทั้งสองข้าง ให้บ่าแปหัวเสาวางบนหัวขื่อที่เตรียมไว้วางแปหัวเสาให้เข้าที่
12. ติดตรึงโดยรอบ โย้แต่งเสาติดตรึงพออยู่ไม่ให้แน่น ใส่สลักตรึงสลักพออยู่ จะให้พึงแน่นเมื่อใส่ฝาแล้ว
13. แต่งระดับน้าให้หลังรอด – พรึง –แปหัวเสาได้ระดับระยะนี้สำคัญมาก
14. ปูพื้นทั้งหลังวางพื้นทับบนรอดไม่ต้องตีตะปูวางทับเฉยๆ เพื่อเป็นนั่งร้านในการทำงานด้วย
15. นำแผงหน้าจั่วสองแผ่นวางให้ปลายล่างตีนจั่ว วางอยู่แน่นทับแปหัวเสาทั้งสองจั่วหัวท้าย
16. และที่ไม่มีฝาปิดประจันห้องติดตั้งดั้งลอย และใส่จันทันทั้งสองข้างโคนจันทันสวมติดกับแปหัวเสา ปลายจันทันติดยอดใบดั้งลอย
17. วางแปเข้าที่ทั้งสองข้าง ตีตะปูแปให้แน่นกับตัวจันทันและแผงหน้าจั่ว การตีแปติดกับจันทันและจั่วคงใช้ตะปูจีน
18. วางอก ไก่สวมลงไปกับเดือยใบดั้งบนเสาดั้ง เดือยแผงจั่วหัวท้ายและเดือยใบดั้งลอยวางที่บนขื่อ ตอกลิ่มเดือยใบดั้ง ส่วนเดือยแผงจั่วเป็นเดือยไม่ทะลุอกไก่ ระยะนี้จะเป็นระยะที่สำคัญที่สุด
19. ยก แผงฝาด้านยาวทั้งสองด้าน การยกฝาเข้าที่ต้องตอกเข้าถอยเข้าไปในเสาให้สุดตัว เฉพาะตัวที่จะบรรจุฝา (เพราะถ้ามีเต้าอยู่จะใส่แผงฝาไม่ได้ถนัด) เมื่อยกฝาเข้าที่ตั้งบนพรึงและอยู่ใต้แปหัวเสาได้แล้ว จึงตอกเต้ากลับออกมาเพื่อเตรียมยึดเชิงชายดังเดิม ทำเช่นนี้ทุกแผงฝา ยังไม่ต้องตอกตะปูจีนยึดฝากับเสาให้เต้ายึดอัดฝาไม้ไว้ก่อน ระยะนี้เวลาก่อสร้างจะเห็นประโยชน์ของเสาที่เอียงสอบเพราะจะรับแผงฝาไว้ได้ น้าหน้ำกฝาถ่ายลงให้เสาละเต้าจะช่วยอัดฝาไม่ให้ล้มหลุด ไม่ต้องตีตะปูก็จะตั้งอยู่ได้แต่ไม่แน่น
20. ติดฝาอุดหน้ากลองหัวท้ายและฝาประจันห้อง (วิธีเช่นฝาด้านยาว)
21. ติดเชิงชายด้านยาวแน่นกับเต้า
22. ติดเชิงชายด้านสกัด ตรึงเชิงชายให้ติดกับเต้าใส่สลักไม้อัดเชิงชายแน่นกับเต้าทุกตัว
23. ติดปั้นลมแน่นกับแปทุกตัว วางกลอนเจาะ (ถ้ามุงจาก) หรือวางกลอนขอสลับกลอนแบนที่มีรูใส่เดือยแล้วตีระแนง (หากมุงกระเบื้อง)
24. โย้แต่งตีนเสาให้เข้าที่ แต่งตามจนฝาแนบสนิททุกแผ่น
25. ตีตะปูจีนยึดฝากับเสาให้แน่น ตะปูแผ่นละ 4 ตัว (สี่มุมฝา) ตรึงสลักยึดพรึงเสาติดแน่น
26. วางจันทันแฝงฝาเฉลียง เชิงชาย แป ปั้นลม กลอนของเฉลียง
27. กลบดินเชิงเสากระทุ้งให้แน่น
28. มุงหลังคา จะเป็นกระเบื้อง แฝก หรือจากสุดแต่ต้องการตามความจำเป็น
29. จัดทำกระเบื้องหลบ, แฝกหลบหรือจากตามลักษณะของเครื่องมุง
30. วางกระเบื้องครอบหลังคา

ขั้นต่อไปจึงทำส่วนของชานหรือนอกชานและครัวไฟ การอธิบายขั้นตอนการก่อสร้างเรือนไทยดูจะรู้สึกง่ายๆ “ เหมือนละเลงขนมเบื้องด้วยปาก “ ความสำคัญทั้งสิ้นอยู่ที่ :-

– การเตรียมการด้วยความชำนาญประกอบการทดลองได้ที่ดีแล้ว

– การดำเนินการก่อสร้างเป็นขั้นตอนก่อนหลังตามลำดับไม่สับสน

– ความชำนาญความเข้าใจและความพร้อมเพรียงของช่างทุกคน

ขั้นตอนการก่อสร้างในการก่อสร้างข้อ 1 ถึง 4 ต้องจัดทำในวันเตรียมพิธีก่อนวันฤกษ์หนึ่งวันดูหัวข้อเรื่องเตรียมพิธีงาน ปลูกบ้านไทย ส่วนข้อสุดท้ายต้องทำให้เสร็จในวันเดียว (เป็นงานยากกว่า)

ต้องทำอย่างไร เมื่ออยากสร้างบ้านทรงไทย
การก่อสร้างบ้านทรงไทย / ต้องทำอย่างไร เมื่ออยากสร้างบ้านทรงไทย

ต้องทำอย่างไร ? เมื่ออยากสร้างบ้านทรงไทย

จะสร้างบ้านทรงไทยสักหลัง…จะต้องทำอะไรบ้าง ? ปัจจุบัน หากท่านต้องการมีบ้านทรงไทยไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปและไม่ไกลเกินฝัน เรามีคำแนะนำให้ท่านว่าการจะสร้างบ้านทรงไทยสักหลังจะต้องทำอะไรบ้าง ท่านที่ต้องการมีบ้านทรงไทยเป็นผู้มีความชอบและหลงใหลเสน่ห์ของบ้านทรงไทย เป็นผู้ที่ต้องการร่วมอนุรักษ์วัฒนธรรมประจำชาติไทยของเรา

บ้านทรงไทยมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เป็นสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น อย่างไรก็ตามการสร้างบ้านทรงไทยนั้นไม่ใช่ว่าเพียงแต่นำโฉนดที่ดินมาพร้อม กับกำเงินมาให้ผู้รับเหมาก่อสร้างบ้านทรงไทย ก็จะสามารถนั่งรอบ้านทรงไทยในฝันหลังใหม่ได้ แต่ถ้าหากหัวใจมันจะเรียกร้องบ้านทรงไทยในฝันซักหลังเพื่อเป็นบ้านในฝัน เป็นเรือนรับรองพักผ่อน หรือต้อนรับแขก ลูกค้าต่างประเทศ หรือจัดทำเป็นบ้านแสดงสินค้าแบบไทยๆ หรือจะเป็นสถานที่อื่นๆใดก็ตาม เราจะต้องดูว่า การสร้างบ้านทรงไทยซักหลัง สิ่งต่างๆ ที่ท่านจะต้องดำเนินการเองนั้น มีวิธีการเป็นอย่างไรบ้าง ?

1. วางแผนและเตรียมพื้นที่และแบบบ้าน

ก่อนอื่นท่านต้องวางแผนก่อนว่าต้องการบ้านแบบใด มีพื้นที่ใช้สอยแบบใดและเตรียมพื้นที่ที่ทำการปลูกสร้างบ้านทรงไทยอย่างไร และคิด concept ของแบบบ้าน ต้องการให้เริ่มสร้างเมื่อไรและแล้วเสร็จเมื่อไร การสร้างบ้านทรงไทยต้องดูฤกษ์ดูยามด้วยในการปลูกด้วย

1.1 ท่านต้องดูว่าที่ดินท่านมีลักษณะอย่างไร? มี สาธารณูปโภคเข้าถึงหรือไม่ ? หากไม่มี ต้องดำเนินการให้เรียบร้อยก่อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง น้ำประปา ไฟฟ้า ทางระบายน้ำ และถนนหนทาง ฯลฯ โดยน้ำประปาและไฟฟ้า สามารถที่จะขอแบบ ชั่วคราวก่อนได้ ที่ดินของท่านถมแล้วหรือยัง ถ้ายังไม่ถม ควรจะถมให้เหนือระดับถนนเล็กน้อย

1.2 ถามใจของท่านและครอบครัวดูก่อนว่า

– ชอบบ้านทรงไทยรูปแบบไหน ตัวอย่างเช่น บ้านทรงไทยเดิม, บ้านทรงไทยภาคกลาง,บ้านทรงไทยภาคเหนือ บ้านทรงไทยภาคอีสาน หรือบ้านทรงไทยแบบประยุกต์ เป็นต้น และ Concept วัตถุประสงค์ต้องการใช้เป็นสถานที่สำหรับทำอะไร เช่น ที่พักถาวร เป็นศาลา เป็นบ้านพักรีสอร์ท Home Stay เป็นบ้านรับรองลูกค้า เป็นร้านอาหาร เป็นที่แสดงสินค้า หรืออื่นๆ

– ต้องการองค์ประกอบของบ้านทรงไทยแบบไหน มีห้องต่างๆ เช่น ห้องนอน ห้องน้ำ กี่ห้อง มีระเบียง มีชานนอก มีหอนก หรือบันไดแบบไหน ที่สำคัญคือกว้างยาวเท่าไร เพื่อให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของเรา ซึ่งเราต้องมีรูปแบบในใจของเราแล้ว

– พื้นที่ใช้สอยทั้งหมดแบบคร่าวๆ เพื่อให้สอดคล้องกับงบประมาณที่ตั้งไว้

1.3 ขั้นตอนการทำแบบบ้านทรงไทยเพื่อนำมาก่อสร้าง ทำได้ 2 กรณีคือ

– เลือกแบบบ้านทรงไทยให้สอดคล้องกับที่ดินที่มีอยู่ โดยไทย โทร.มาคุยกับทีมงานของเรา BanSongThai.com หรือโทร.มาที่คุณน้อย 01-556-1520 หรือคุณบัญชา 01-852-9238 เรา มีบริการทั้งแบบบ้านทรงไทยและรับปรุงประกอบบ้านทรงไทยทุกแบบทุกไสตล์ เราสร้างบ้านทรงไทยเป็นอาชีพ เรามีสถาปนิกออกแบบบ้านทรงไทยและมีช่างที่ชำนาญงาน วิธีนี้ท่านจะได้แบบบ้านทรงไทยในฝัน สำหรับผู้รับสร้างบ้านทรงไทยปัจจุบัน มีไม่มากเนื่องจากวิธีการสร้างทรงไทย ไม่มีการเรียนการสอนในห้องเรียน จะใช้วิธีถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ ผู้ที่ออกแบบบ้านทรงไทยจึงยังมีน้อย

– คุยกับสถาปนิกโดยตรงในการออกแบบหรือหาแบบบ้านทรงไทยจากแบบสำเร็จรูปจาก หนังสือ โดยทั่วไปแล้วสถาปนิกที่ออกแบบบ้านทรงไทยโดยตรงค่อนข้างหายาก หากจ้างออกแบบให้ตรงกับกับความต้องการแล้วค่าใช้จ่ายอาจจะสูงกว่า

1.4 เมื่อท่านตกลงกับสถาปนิก หรือผู้รับเหมาเรื่องแบบบ้านทรงไทยเรียบร้อยแล้ว สถาปนิกจะเริ่มลงมือเขียนแบบร่างเป็นแบบก่อสร้างที่ใช้ในงานก่อสร้างจริง หรือ ที่เรียกว่าแบบพิมพ์เขียวที่ท่านคงเคยเห็นในงานก่อสร้างกันมาบ้าง ลักษณะเป็นสีเขียวออกฟ้าซึ่งแบบพิมพ์เขียวนี้ จะเป็นแบบที่มีรายละเอียดในการก่อสร้างทั้งหมด โดยจะได้รับประมาณ 6 ชุด

2. ขั้นตอนยื่นแบบเพื่อขออนุญาต

การติดต่อเพื่อขออนุญาตก่อสร้างอาคาร จะมีได้ 2 กรณี คือ

2.1 ปลูกบนที่ดินของตัวเอง จะต้องใช้เอกสารดังนี้

– คำขออนุญาตก่อสร้างอาคาร ดัดแปลง หรือ รื้อถอนอาคาร
– สำเนาทะเบียนบ้าน
– สำเนาบัตรประชาชน หรือบัตรข้าราชการ
– สำเนาทะเบียนสมรส ( ถ้ามี )
– สำเนาโฉนดที่ดิน ขนาดเท่าตัวจริง (ถ่ายเอกสารทุกหน้า)
– หนังสือรับรองพร้อมสำเนาบัตรผู้ประกอบวิชาชีพ วิศวกรงานก่อสร้างและสถาปนิกผู้ออกแบบ
– หนังสือมอบอำนาจผู้ขออนุญาต ( ในกรณีให้ผู้อื่นกระทำแทน ) แล้วก็ติดอากรแสตมป์ 30 บาท
– บันทึกเจ้าหน้าที่ กรณีที่ ที่ดินติดที่สาธารณะ หรือแนวเวนคืน

2.2 เช่าที่ดินของผู้อื่นปลูกสร้าง

หรือชื่อผู้ขออนุญาตกับชื่อเจ้าของที่ดินไม่ได้เป็นบุคคลเดียวกัน
– เอกสารเหมือนในข้อ ที่ผ่านมาทุกประการ
– สิ่งที่เพิ่มเติมคือ หนังสือรับรองให้ทำการก่อสร้างในที่ดิน โดยที่เจ้าของที่ดินเซ็นต์ยินยอมให้ปลูกสร้างในที่ดินได้

หลังจากที่ได้เอกสารต่างๆครบแล้ว ยื่นเอกสารทั้งหมดให้กับสำนักงานเขตหรือ ถ้าเป็นต่างจังหวัดให้ติดต่อที่ อบต. พร้อมกับแบบบ้านทรงไทยที่จะปลูกสร้างจำนวน 5 ชุด จากนั้น เจ้าหน้าที่เขตจะนัดเพื่อรอฟังผล ซึ่งการดำเนินการทั้งหมดนี้เจ้าของบ้านจะต้องจ่ายค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด

3. ติดต่อ BanSongThai.com เพื่อทำการก่อสร้างบ้านทรงไทย

หลังจากที่ท่านได้ยื่นแบบก่อสร้างกับทางเขตหรือ อบต. แล้ว ช่วงระยะเวลานี้ท่านก็มาติดต่อกับเรา BaSongThai.com ผู้เชี่ยวชาญบ้านทรงไทย (โทร. มาที่คุณ น้อย 081-556-1520) เพื่อ ให้ทางทีมงานของเราไปตีราคาค่าก่อสร้าง และกำหนดระยะเวลาในการ ก่อสร้างทั้งหมด และเมื่อทางเขตหรือ อบต. ได้อนุมัติให้ดำเนินการก่อสร้างได้ ทีมงานช่างของบ้านทรงไทยดอทคอมก็จะสามารถลงมือก่อสร้างได้ทันที

ปกติแล้วทางทีมงาน BanSongThai.com จะออกแบบ เขียนแบบ ตีราคาและกำหนดระยะเวลาการก่อสร้างให้เบ็ดเสร็จในขั้นตอนเดียวกัน และมีการพูดคุยและตกลงกับเจ้าของบ้านให้แน่ชัดก่อนเซ็นสัญญาและลงมือก่อ สร้าง

4. ช่วงเวลาที่กำลังดำเนินการก่อสร้าง

ช่วงเวลานี้จะเป็นช่วงที่เจ้าของบ้านจะต้องเอาใจใส่ด้วยและมีการพูดคุยกับ ผู้รับเหมาสร้างบ้านทรงไทย ถึงปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นทุกอย่างรวมถึงการเปลี่ยนแบบหรือเปลี่ยนสเปค ซึ่งจะทำให้งบประมาณที่บานปลาย งบประมาณที่เพิ่มขึ้นจะมีการตกลงกันอย่างไรเจ้าของบ้านจะต้องตรวจดูการวาง ผัง การตรวจงานก่อสร้างสเปควัสดุก่อสร้าง ท่านจะต้องดูแลควบคุมใน จุดต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้นให้ละเอียด จนกว่าบ้านทรงไทยจะเสร็จเป็นรูปเป็นร่างที่ สมบูรณ์ เพราะว่าหลังจากที่ผู้รับเหมามอบบ้านทรงไทยให้แล้ว จะเป็นเรื่องไม่ง่ายมากนักที่จะมาแก้ไขให้ท่านในภายหลัง ควรมีการตกลงกันว่าจะให้มีการรับประกันอย่างไรด้วย จากนั้นจะเป็นเรื่องของการขออนุญาตการติดตั้ง น้ำประปา-ไฟฟ้าถาวร โทรศัพท์และ เลขที่บ้าน ก็เป็นอันเสร็จสิ้น สำหรับบ้านทรงไทยในฝันของท่าน


Entry filed under: การก่อสร้างบ้านทรงไทย. Tags: .

มาตรฐานการเขียนแบบก่อสร้าง เทคนิคการก่อสร้าง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Trackback this post  |  Subscribe to the comments via RSS Feed


ปฏิธิน

พฤษภาคม 2009
พฤ อา
     
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031

คลังเก็บ


%d bloggers like this: